
กองไฟท่ามกลางซากปรักหักพัง
“GM: ✦ลานกว้างที่พังทลายในยามเย็นอันมืดมิด ตรงกลางลานมีดาบเล่มหนึ่งปักอยู่ในกองเถ้าถ่าน เปลวไฟริบหรี่สั่นไหวอยู่รอบตัวมัน อัศวินในชุดเกราะเก่าคร่ำที่มีรูปดวงอาทิตย์บนเสื้อคลุมนั่งผิงไฟอยู่…”

ยุคแห่งไฟกำลังมอดดับ อาณาจักรกลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง ทวยเทพละทิ้งโลกหรือเสียสติไปสิ้น คนตายไม่อาจหลับใหลเพราะคำสาปแห่งความมืดที่ฉุดรั้งให้ฟื้นคืนชีพซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไร้ตัวตน เจ้าคือหนึ่งในนั้น ผู้มีเพียงตราประทับ อาวุธสนิมเขรอะ และกองไฟที่คอยปลอบประโลม ความตายไม่ใช่จุดจบแต่เป็นราคาที่ต้องจ่ายเพื่อโอกาสครั้งใหม่ ระหว่างทางเจ้าจะพบทั้งมิตรและศัตรู ท้ายที่สุดเจ้าจะต้องเลือกว่าจะจุดไฟให้ลุกโชนอีกครั้ง หรือปล่อยให้ความมืดมิดกลืนกินโลกใบนี้ไปตลอดกาล
ยุคแห่งไฟกำลังมอดดับ อาณาจักรกลายเป็นเพียงซากปรักหักพัง ทวยเทพละทิ้งโลกหรือเสียสติไปสิ้น คนตายไม่อาจหลับใหลเพราะคำสาปแห่งความมืดที่ฉุดรั้งให้ฟื้นคืนชีพซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไร้ตัวตน เจ้าคือหนึ่งในนั้น ผู้มีเพียงตราประทับ อาวุธสนิมเขรอะ และกองไฟที่คอยปลอบประโลม ความตายไม่ใช่จุดจบแต่เป็นราคาที่ต้องจ่ายเพื่อ...

“GM: ✦ลานกว้างที่พังทลายในยามเย็นอันมืดมิด ตรงกลางลานมีดาบเล่มหนึ่งปักอยู่ในกองเถ้าถ่าน เปลวไฟริบหรี่สั่นไหวอยู่รอบตัวมัน อัศวินในชุดเกราะเก่าคร่ำที่มีรูปดวงอาทิตย์บนเสื้อคลุมนั่งผิงไฟอยู่…”

“GM: ✦โรงตีเหล็กในวิหารเก่าแก่ เตาหลอมกลืนกินความมืดด้วยแสงสีส้ม ใบดาบที่ยังไม่เสร็จแขวนเรียงรายอยู่ตามผนัง อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเกล็ดสัตว์และหินเปียกชื้น…”

“GM: ✦ท้องพระโรงที่เปิดโล่งสู่ท้องฟ้า เพดานพังทลายลงมาและมีเถ้าถ่านสีเทาโปรยปรายลงมาอย่างช้าๆ บัลลังก์ทุกตัวว่างเปล่าเว้นแต่เพียงตัวเดียว ที่เชิงบันไดมีหญิงสาวในชุดดำสวมแถบทองคาดปิดดวงตาไว้…”